2007/Dec/20

 

ตอนนี้ผมพยายามจะลุกขึ้นมา edit ฟิกของผมอีกรอบ ครั้งที่แล้วไม่ได้ใส่เนื้อหาลงไป

ก็ขอลบเอนทรี่นั่นทิ้งเลยแล้วกันครับ

เริ่มกันใหม่เลยดีกว่า !

ด้านล่างนี้คือนิยายที่ผมแต่งไว้เอามันส์ครับ หนึ่งในงานอดิเรกของผม

หลังจากที่การวาดกลายเป็นงานอาชีพไปแล้ว หุๆ

Siamwarrior เป็นนิยายประกอบเกม Siamwarrior online ซึ่งผ่านมาชาติหนึ่งแล้ว

ยังไม่ออกมาเป็นรูปเป็นร่างเสียที แต่ถ้าคิดว่าไม่มีทาง ก็คงจะไม่มีทางจริงๆ

ดังนั้นถ้ามันออกเป็นเกมส์ไมไ่ด้ ก็ขอให้เนื้อหาของมันประจักษ์ในสายตาของเพื่อนฝูง

หน่อยเถ๊อะ !

ยังไงก็ขอความเห็นด้วยนะครับ !

ฝาก Link อันนี้ไว้ด้วยทีเดียวเลย

JJ Book

 

=======================================================================

ปฐมบท แห่ง มหาสงคราม ศักดิ์สิทธิ์

. .บนแผ่นดินอันแสนกว้างใหญ่ไพศาลหรือจะเรียกว่าโลก. .

สยาม คือนามของดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ อันเป็นแหล่งรวม

แห่งสรรพชีวิตทั้งปวง

แม้ต้นกำเนิดของชื่อนี้จะไม่แน่ชัด แต่ว่าทุกสรรพสิ่งต่างก็รำลึกและรับ

รู้ว่าผืนแผ่นดินที่ตนเหยียบย่ำอาศัยอยู่นี้มีนามว่าอะไร . . ราวกับว่าเป็น

นามศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า

จนกระทั่งเมื่อสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า มนุษย์ ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

ความโกลาหลวุ่นวาย จนกลายเป็นการห้ำหั่นสั่นสะท้านแผ่นดินได้

ปะทุขึ้น ! กินเวลายาวนานหลายร้อยหลายพันปี. .

ด้วยอาคมอันแข็งกล้า ศาสตราวุธอันทรงพลัง และเทพยดาสัตว์

อสูรรับใช้ผู้กระหายสงครามทั้งหลาย กาลเวลาได้กลั่นกรองผู้ที่เข้มแข็ง

ที่สุดมา ๓ ฝ่าย ที่ตั้งตนจากเผ่าเล็กๆจนต่างเป็นมหานครกว้างใหญ่มี

อาณานิคมมากมายหลายแคว้น ได้แก่

ไสยวินนคร มหานครที่สุดแห่งเวทมนตร์คาถาอาคม และศาสตร์มืดทุกแขนง

ในระดับจักรพรรดิ์จะมีอาคมวิเศษลึกลับคู่บ้านเมือง

อันน่าเกรงขามและทรงอานุภาพแม้ข้าศึกที่แข็งแกร่งยังต้องยำเกรง

ศาสตรานคร นครแห่งศาสตราวุธอันทรงพลัง อันเต็มไปด้วย

ตำรายุทธ์ การหลอมโลหะ ผสมผสานนวโลหะจนไปถึงสุดยอดอาวุธ

ยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย เมื่อเปรียบเทียบทั้ง นครนี้ศาสตรานครถือว่า

เป็นนครที่กระหายสงครามและชื่นชอบการเข่นฆ่าอย่างที่สุด

ศาสตราวิเศษของเมืองนี้ สามารถทำลายได้แม้กระทั่งเวทมนตร์อาคมดำ

ตลอดจนเหล่าเทพยดาและอสูรเทพ

สุดท้ายคือ ไพรพณานคร มหานครแห่งเสียงเพลง

ธรรมชาติอันเขียวชอุ่มและความรื่นรมย์แห่งสรรพชีวิตที่อยู่ร่วมกันมาช้านาน

นครที่หวังสันติสุขและต้องการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ แต่อุดมการณ์

ที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมกันได้กับอีกสองนคร ทำให้จำต้องหาวิถีทางเพื่อสร้าง

ความปลอดภัยแก่เหล่าผสกนิกรทั้งหลาย ด้วยท่วงทำนองสังหาร

เสียงดนตรีขับกล่อมประสาทให้เดือดพล่านในสนามรบ อำนาจโบราณ

ของเหล่าสัตว์เทพหิมพานต์ และสิ่งมีชีวิตผู้ที่อยู่มาก่อนประวัติศาสตร์ที่

คอยช่วยปกปักรักษาดินแดนที่อุดมสมบูรณ์นี้เอาไว้

แต่แล้วตำนาน ไตรเทวอสูรผู้หลับใหลก็บังเกิดขึ้น เมื่อ

ไพรพณานครได้สถาปนามหากษัตริย์องค์ใหม่ ด้วยความคิดหมายจะ

ครองแผ่นดินทั้ง ๓ นคร เพื่อลบล้างอุดมการณ์แสนโบราณคร่ำครึ

เกี่ยวกับสันติสุขและได้ให้นิยามใหม่ว่า ความสงบสุขนั้นจะได้มา

หลังจากที่สามารถครองแผ่นดินได้เท่านั้น ถึงจะสร้างมันได้

เหตุที่ทั้ง ๓ นครสามารถยืนหยัดรักษาตนได้มาตลอดนี้ส่วนหนึ่ง

เพราะความยำเกรงในด้านพลังแห่งของวิเศษที่เป็นความลับ ส่วนขีด

ความสามารถด้านการทหารของแต่ละนครนั้นถือว่าเป็นรอง ทำให้ไม่ว่า

จะเกิดสงครามกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังไม่สามารถที่จะยึดครองแต่ละฝ่ายได้

ด้วยเหตุนี้ จึงมีพิธีลึกลับเฉพาะไพรพณานคร บวงสรวงคืนชีพ

จอมอสูรขึ้น! หมายจะใช้เป็นอาวุธสงคราม อันไร้ความปราชัย

แต่สิ่งตอบรับอันคาดไม่ถึงคือความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่จนเกือบถึงอวสานของ

สรรพชีวิตทั้งปวง สิ่งชั่วร้ายที่บังเกิดขึ้นมานั้นกลายเป็นมือที่ ๓ อันร้าย

กาจและขวัญผวาที่สุดในทวีปสยาม แผ่อาณาเขตแห่งความมืดมน ความ

ชั่วร้ายไปทั่วแผ่นดินกัดกร่อนทุกอย่างทั้งกับตัวไพรพณาเอง

ศาสตรานคร และไสยวินนครก็ได้รับความเสียหายจนแทบไม่มีชิ้นดี

ทว่าเหตุการณ์นี้ทำให้บังเกิดผู้กล้าขึ้น ในแต่ละนคร ทั้งจากการ

แต่งตั้ง การมุ่งสู่สันติภาพด้วยอุดมการณ์ความศรัทธาของตนเอง

แต่การที่จะต่อกรกับจอมอสูรได้จำเป็นต้องอาศัยอำนาจแห่งของวิเศษ

และกำลังของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์หน้าใหม่

ของการปกป้องสิ่งที่ตนเองรัก ศรัทธา และความสามัคคี ที่เริ่มจากจุดเล็กๆ

ของแต่ละเมือง เพื่อรวมพลังในการสู้รบกับความชั่วร้ายศัตรูที่แท้จริง. . .

เรื่องราวต่อจากนี้จะกล่าวย้อนไปถึงยุคสมัยของมหาสงครามนองเลือด

ไตรพินาศ รวมไปถึงตำนานของเหล่าผู้กล้าตัวน้อยๆทั้งหลายและ

ความเป็นมาอันเป็นปัจจัยสำคัญของยุคนั้นก่อนเหตุการณ์ไตรเทวอสูร . .

 


ตอนที่ ๑ บทเริ่มของวายุ

รับไปสิ. . นี่คือสิ่งสุดท้าที่ข้าจะมอบให้เจ้า

ในร่มไม้สูงใหญ่ในท้องทุ่งสีทองแสนกว้างขวาง. . .

เด็กชายผู้หนึ่งสะดุ้งขึ้นจากความฝัน ภาพภวังค์ติดตาจากเหตุการณ์ที่ไม่

อยากจะนึกถึงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในนั้น. . หลังจากที่งัวเงียสักพัก

เขาจึงค่อยปีนลงจากต้นไม้ ต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นมะม่วงที่มีขนาดใหญ่กว่า

ต้นอื่นๆและเป็นที่พักพิงยามสายโด่งเป็นประจำ ทุกครั้งที่เขาตั้งใจจะโดด

เรียนดนตรี ทันทีที่ลงมาก็เหยียดแขนทั้งสองข้างบิดขี้เกียจแรงๆ

สายตาของเด็กชายมองไปข้างหน้าตรงไปจนสุดขอบฟ้าสูดอากาศสดชื่น

ของท้องทุ่ง รับแสงตะวันที่เจิดจ้ายามบ่าย

ณ ดินแดนแห่งนี้มีนามว่า ประจิมจักระนคร นครแห่ง

พืชพรรณธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์และชุ่มฉ่ำไปด้วยสายน้ำจาก

น้ำตกไพร ที่ไหลรินมาจากมหาจักรวรรดิ ไพรพณานคร

ว่าไงจ้ะ~ พ่อหนุ่มน้อย แอบโดดเรียนดนตรีอีกแล้วสิท่า

เสียงใสของเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะโดดเรียนมาเหมือนกัน

เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มทอแสงตะวัน และด้วยผมสั้นๆดูเซอๆของเธอนี้ทำ

ให้รู้สึกถึงความเป็นสาวห้าวนิดๆ

“ เอ่อ. .ทำไมถึงรู้ว่าผมโดดเรียนมา อ่ะครับ ? ”

เด็กชายถามด้วยความสงสัยด้วยถ้อยคำสุภาพ

อย่าเซ่อสิยะ ก็เราโดดมาเหมือนกัน ฉันมานอนอยู่ใต้ต้นมะม่วงเนี่ย

เด็กสาวย้อนกลับด้วยเสียงดุนิดๆ แต่ทำเอาเด็กชายตกอกตกใจพอสมควรเลยล่ะ

เด็กชายเกาหัวนึกอยู่ซักพัก ด้วยลักษณะรุ่นราวคราวเดียวกัน อายุ

น่าจะสิบสองสิบสามเท่าๆกัน และแล้วก็เกิดนึกบางอย่างขึ้นมาได้

อ๋อ! นี่คุณพิณนี่หน่า ผมจำได้แล้วคุณเป็นลูกของครูดนตรี

เมื่อเด็กชายพูดด้วยท่าทีที่นึกได้แล้ว

พิณ เด็กสาวผมสั้นก็ยิ้มแก้มปริและพยักหน้าให้

เอ. .ไหงถึงได้โดดวิชาของพ่อตัวเองอย่างงี้ล่ะครับ

เด็กชายกล่าวทักขึ้นมาด้วยท่าทีนึกขึ้นได้อีกครั้ง. . .

ตุบ !

หน้าของเขาก็ถูกเท้าเล็กๆของพิณกระทืบจมลงไปในดินทันที

เชอะ ! เรื่องนี้มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับนายซะหน่อย ! ”

หน้าตาของสาวน้อยแดงก่ำแสดงว่าที่กระทืบไปทำไปด้วยความ

เขินอาย . . ( อย่างรุนแรง )

แค่กๆ ล. .แล้วทำไมต้องตื้บหัวกระผมจมลงพื้นดินด้วยละครับเนี่ย ! ”

เด็กชายพยายามแหงนศีรษะขึ้นมาพูดทั้งที่บาทาของพิณยังยันไว้อยู่

เอ่อคือว่าเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน เรียกผมว่าข่า ก็ได้น่อ ~”

ข่า เด็กหนุ่มผมสั้นร่างกายผอมบาง พูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

ไม่ทันขาดคำหน้าของเด็กชายก็ได้รับความอบอุ่นของพื้นดินอีกครั้งด้วย

บาทาเดิมของหนูพิณ

ฉันไม่ได้ถาม แล้วก็รู้อยู่แล้วย่ะ ว่านายอะชื่อข่า

อาการอายอย่างไร้สาระของหนูพิณ ดูน่ากลัวและรุนแรงกว่าที่ข่าคิด

อ้อ. . อีกอย่างนะ นายห้ามเอาเรื่องที่ฉันโดดไปเล่าให้พ่อฉันฟัง

เด็ดขาดล่ะเข้าใจไหม ! ”

จ๋าจ้ะ

เสียงรับคำที่เล็ดลอดออกมาจากดิน. .

หลังจากพ้นสภาพที่ต้องไปมองหาสิ่งมีชีวิตใต้พิภพแล้ว เด็กทั้งสองที่

ปกติไม่เคยสนทนากันในชั้นเรียนเลยก็ได้แนะนำตัวและพูดคุยกันอย่าง

สนุกสนาน ยามเย็นท้องฟ้าเป็นสีแดงก่ำ เพื่อนๆดนตรีก็มาเล่นเตะ

ตระกร้อบ้าง ตีห่วงบ้างในแถวๆทุ่งหญ้ากว้างที่ข่ากับพิณเดินเล่นกันอยู่

เวลานี้แหละคือเวลาที่ข่าเริ่มกระสับกระส่ายเหลียวหน้ามองหลัง

เหงื่อไหลพรากจนผิดสังเกต

นี่ๆ นายข่า นายเป็นอะไรน่ะดูลุกลี้ลุกลน บ้ารึเปล่า ! ”

เอ่อ. .. แหะๆ ไม่มีอะไรครับ มองไปเรื่อยน่ะครับ

มันช่างผิดสังเกตจริงๆ เด็กใจร้อนอย่างพิณไหนเลย จะทำเป็นเมินเฉยได้

เธอจ้องข่าตาเขม็ง จนข่ารู้สึกถึงแรงกดดัน

คุณพิณครับ นี่ก็ดึกมากแล้วเรากลับกันเถอะครับ. . แหะๆ

ดึกบ้าอะไรย๊ะนายข่า ยังอีกตั้งนานกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน

นี่ๆ นายต้องมีอะไรปิดบังฉันแน่ๆเลยใช่ไหม ! ”

คราวนี้ทั้งสายตาและสีหน้าท่าทางของพิณดูหงุดหงิดมากราวกับจะกัด

ข่าซะอย่างงั้น ข่าคงต้องบอกอะไรบางอย่างกับเธอเสียแล้ว

เอ่อ. ..คือว่า. .. ”

โป๊ก!

โอ้ยย!? ”

ขลุ่ยไม้จากที่ไหนไม่รู้ถูกขว้างมาใส่หัวของข่าอย่างแรง ไม่ถึงกับ

หัวแตกแต่ก็เจ็บจนข่าน้ำตาเล็ด พิณที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบหันไป

องในทิศที่ ขลุ่ยนั่นลอยมา เบื้องหน้าของเธอพบกับ กรวด

เด็กหนุ่มร่างใหญ่ยักษ์ลักษณะอ้วนท้วน พุงเป็นชั้นๆ มัดผมจุก

หน้าตากวนโอ้ย พร้อมๆกับพรรคพวกเด็กๆสี่ถึงห้าคน กรวดเป็น

นักเรียนดนตรีเหมือนกับข่าและพิณแต่ชอบเถลไถลไม่ฝึกซ้อม

ชอบใช้กำลังถือว่าเป็นนักเลงโตของเหล่าเด็กๆด้วยกันก็ว่าได้

เฮ้ย ! ไอ้ข่าวันนี้เอ็งแน่นี่หว่า แอบหนีเรียนออกมาไม่พอ

แถมยังควงสาวซะด้วย

เสียงหัวเราะก๊าก เห็นด้วยของพวกพ้องข้างหลังดังขึ้นหลังจากที่

กรวดพูดจบ

ควงบ้าไรยะ ไอ้อ้วน วอนซะแล้วนะแก

เสียงหนูพิณตอกกลับทันควัน

ว้ายกรี๊ด ควงบ้าไรยะ วี้ดวิ่วๆ ทำไมพูดไปหน้าแดงไปล่ะจ้ะน้องพิณคนสวย

ว่าไปพิณก็หน้าแดงจริงๆ นั่นเพราะอะไรนะ ? ข่าพอเห็นผู้หญิง

ถูกล้อเลียนความที่ถูกพี่ชายที่เคารพเสี้ยมสอนมาอย่างดีเรื่องความเป็น

สุภาพบุรุษแม้ว่าจะไม่เก่งเรื่องชกต่อยกับการใช้กำลังก็ยังกัดฟันเดิน

ไปขวางข้างหน้าระหว่างพิณกับกรวด

แหมพ่อพระเอก วันนี้ไม่ปีนต้นมะม่วงหนีอย่างทุกทีเหรอจ้ะตัวเอง ~”

กรวดทำเสียงเยาะเย้ยข่า ปกติแล้วถ้าถึงเวลาเลิกเรียนนี้พวกกรวด

จะมาเล่นกันแถวๆทุ่งกว้างในจุดนี้ เพราะว่าข่าเป็นคนที่เก่งดนตรี

จนได้รับคำชื่นชมจากเพื่อนๆและครูทั้งหลายเป็นที่ไม่พอใจกับ

อันธพาลที่มักจะถูกดุถูกว่ากล่าวในเรื่องเดียวกันเป็นอย่างมาก

ทำให้กรวดชอบกลั่นแกล้งข่าอยู่เสมอๆ ทั้งที่ปกติข่าจะหลบปีนขึ้น

ไปบนต้นมะม่วงได้ทันตลอด แต่วันนี้มีพิณมาด้วยข่าจึงไม่ทำเช่นนั้น

เอ่อ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมกรวดถึงชอบรังแกผม แต่วันนี้ผมขอได้ไหมครับอย่ามีเรื่องกันเลย

หา? ว่าไงนะ. ..ข้าคนนี้เหรอมีเรื่อง โอ้ยขำกลิ้ง

กรวดพูดยียวกวนประสาทเสร็จก็มีเสียงหัวเราะจากเพื่อนพ้องตามสนับสนุน

. . แล้วที่ผ่านมาที่มารังแกผม หมายความว่ายังไงเหรอครับ

โถ่. ..ข่าน้อย เราเป็นเพื่อนกันเราก็เล่นกันตามประสาเพื่อนไงใช่ไหมพวกเรา ! ”

เฮ่ๆๆ ใช่ๆ เสียงของพวกพ้องข้างหลังสนับสนุนอีก ดูยังไงก็อันธพาล. .

ไอ้อ้วนกรวด ! และไอ้พวกนกกาข้างหลังเพื่อนบ้าอะไรยะ

เล่นโยนขลุ่ยใส่หัวข่าซะแรงแบบนั้น

ผลั่ก!

สิ้นคำพูดพิณ กรวดได้ผลักข่าอย่างแรงจนกระเด็นเอนไปทับพิณ

ที่อยู่ข้างหลังแล้วล้มลงไปจมกองหญ้าทั้งคู่

ก๊ากๆๆ ขำหว่ะ ลูกครูดนตรีเนี่ยพอไม่มีพ่อก็แค่เด็กผู้หญิงอ่อนแอ๊ ~

อ่อนแอนิหว่า ก๊ากๆ

. ..คุณพิณเป็นอะไรบ้างรึเปล่า. . .! ”

พิณลุกขึ้นผมเผ้าบังหน้าตาของเธอปนกับเศษหญ้า มีบางอย่าง

ที่น่ากลัวเกินบรรยายเข้ามาแทนที่ . ..

ทนไม่ไหวแล้วโว้ยยย !!! ไอ้พวกบ้าแกตายย ! ! ”

พิณสืบเท้าพุ่งไปที่ลำตัวของกรวด ซัดด้วยหมัดตรงกำปั้นทะลวง

ลึกเข้าไปในพุงของกรวดยุบลงไป ทำเอากรวดอ้วกแตกล้มลงไป

 

edit @ 20 Dec 2007 01:25:28 by วัชชี่

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home