2007/Dec/25

ตอนที่ ๒ เบิกไสยธาตุ

หากกล่าวถึงสิ่งที่มีความงดงามแวววาวชวนหลงใหลมากที่สุดในดินแดนสยามคงไม่มีใครไม่นึกถึง

ไพร หนึ่งในแร่สามกษัตริย์แห่งจักรวรรดิไพรพณานคร เรียกได้ว่าเป็นทรัพย์ที่มีค่าที่สุดนครแดนพายัพธรรมชาตินี้ สีทองของไพรเกิดจากแร่ธาตุและพลังงานที่สะสมทับถมไว้ใต้บาดาลเป็นเวลานาน ซึมซับพลังอันบริสุทธิ์ไว้มากมายจนมีประกายแวววาว แร่ล้ำค่านี้เป็นสิ่งที่บรรดาสัตว์เทพ และหิมพานต์ต่างเรียกหาต้องการเพื่อรับพลังของแร่ไพรมาเพิ่มความสดชื่นและอายุที่ยืนยาวให้กับตนเอง

แม้จะเป็นแร่ที่มีค่ามากแต่กลับหาเจอได้ไม่ยากนักในสายน้ำของ

แม่น้ำไพร ที่ถูกตั้งตามชื่อแร่ที่ค้นพบ

ชาวไพรพณาใช้ไพรเป็นสื่อกลางในเชิงพาณิชย์มานานหลายสหัสวรรษ

แต่ว่าแร่นี้จะมีบทบาทกับเรื่องราวต่อจากนี้มากเพียงใด ?

เอาล่ะ! กลับมาดูเรื่องราวของหนุ่มน้อยข่ากันต่อ. .

ในกระโจมเล็กๆกลางแจ้งที่สร้างมาชั่วคราวเพื่อพิธีกรรมตามประเพณี

ธะ. .. เธอคือ อัคคี เปลวเพลิงร้อนแรง ที่ระอุบนสมรภูมิเผาผลาญศัตรูเพื่อปกป้องเพื่อนพ้อง

เสียงแหบแก่ๆของหมอไสยศาสตร์ นิรภพ หนึ่งในหมอไสยศาสตร์

ผู้มีอาคมแกร่งกล้าชื่อดังที่ประจำอยู่ในแต่ละท้องที่

วันนี้คือวันเบิกเนตรมองไสยธาตุแห่งชีวิต เป็นการสำรวจว่านักเรียนดนตรีแต่ละคนมีธาตุอะไรกันบ้าง การเบิกไสยธาตุจะมีทุกๆ ปี ซึ่งแต่ละคนได้รับฟังเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นักเรียนดนตรีทุกคนรวมถึงข่าและหนูพิณได้เข้ามารอคิวเบิกไสยธาตุด้วยความตื่นเต้น

หมอไสยนิรภพ นอกจากจะดูไสยธาตุของนักเรียนแล้ว ก็ชอบทำนายอนาคตเป็นของแถมอยู่บ่อยๆ

สำหรับธาตุของ พิณ นะเหรอ ก็เมื่อครู่นี้ไง อัคคี แหมช่างเป็นธาตุที่สมกับพิณจริงๆว่าไหม ?

เนื่องจากข่าเป็นคนสุภาพและมีน้ำใจ ตัวเองก็เลยได้ไปอยู่ท้ายแถวประจำให้เพื่อนๆนับร้อยได้ไปรับฟังก่อนเสมอสำหรับเรื่องดีๆเช่นนี้

เหวออ !!

เสียงของหมอไสยนิรภพดังออกมาด้วยความตกใจกับนักเรียนดนตรีคนหนึ่งจนถึงกับหน้าซีดเซียวจนเห็นได้ชัด

ธะ. ..เธอคือ ความมืดมิด ยามราตรีกาล บดบังจันทราและทุกชีวิต เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง ก่อเกิดสิ่งชั่วร้าย ไร้ความปราณี แฝงมาด้วยคมมีด บาดลึกในวิญญาณคน

คำกล่าวของหมอไสยนิรภพ แม้แต่พ่อครูดนตรีฟังแล้วยังขนลุก

การเบิกไสยธาตุในกระโจมเล็กๆนี้คนที่จะรับรู้ได้มีได้เพียง พ่อครูดนตรีหมอไสยนิรภพและผู้ที่มาเบิกไสยธาตุเท่านั้น. .

แต่เสียงพูดอย่างตกใจของหมอไสยก็ดังพอที่ข่าที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ ใกล้ๆกับกระโจมได้ยินหนูพิณที่นั่งอยู่ด้วยก็ได้ยินเช่นเดียวกัน

นี่. .นายข่า นายได้ยินอย่างที่ฉันได้ยินไหม

หนูพิณสะกิดกระซิบถามข่าเพื่อตอบย้ำสิ่งที่ได้ยิน

คิดว่าได้ยินชัดเลยล่ะครับ. .

ข่ายังไม่หายขนลุกเมื่อนึกถึงคำทำนายไสยธาตุของหมอไสยเมื่อครู่นี้

นี่ๆ นายข่า เราไปแอบดูกันไหมว่าเจ้าเด็กธาตุความมืดนั่นเป็นใครกัน

ประกายตากลมโตอยากรู้อยากเห็นอย่างที่ไม่อาจจะขัดขืนได้ของหนูพิณ ทำให้ข่าต้องจำใจร่วมด้วย . .

ทั่งคู่วิ่งไปหลบในพุ่มไม้ใกล้ๆ แอบมองหน้าปากกระโจมว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร แทบไม่เชื่อสายตา เด็กคนนั้นคือ ผิง เด็กชายนักดนตรีระนาดเอกที่ปรีชาที่สุดในระดับชั้นเรียน เป็นที่รู้จักกันอย่างมากในหมู่อาจารย์ สายตาเยือกเย็นเล็งมายังพุ่มไม้ที่ข่ากับพิณ ราวกับรู้ว่ามีใครแอบซ่อนอยู่ตรงนั้น ทำเอาสองคนหายใจไม่ทั่วท้อง ต่างได้เอามือไม้ปิดปากปิดจมูกซึ่งกันและกันเอาไว้ พอแง้มมองอีกทีก็ไม่เห็นผิงแล้วก็ถึงกับโล่งใจไปตามๆกัน เฮ่อ. .

หลังจากที่หมอไสยนิรภพ ตรวจดูไสยธาตุของผิงไปก็ทำให้ต้องขอพักไปครึ่งชั่วยาม ทำให้ข่าอดรับรู้ไสยธาตุของตัวเองไปโดยปริยาย เวลาว่างๆนี้เด็กน้อยทั้งสองนอนแผ่อยู่บนทุ่งหญ้าถามปัญหา เรื่องที่เกิดเมื่อครู่นี้ วนไปเรื่องสัพเพเหระกันตามภาษาเด็กๆ

นี่ๆ ข่า เธอคิดว่าอะไรเก่งที่สุด

พิณถามข่าด้วยความอยากรู้ ข่าเงียบไปสักพัก. . ไม่นานก็เด็ดใบหญ้าขึ้นมาและเป่าเป็นจังหวะธรรมชาติ ได้ยินเป็นเสียงแหลมดังกังวาลใกล้เคียงกับเสียงของขลุ่ยไม้ ค่อยๆคิดคำตอบของคำถามของพิณไปอย่างรื่นรมย์สุนทรีย์

ว้าว~ นายเป่าเพราะดีนะ มันชื่อเพลงอะไรหรอ ? ”

พิณยิงคำถามต่อมาอีกข้อ

เพลงนี้ผมเป่าเลียนแบบทำนองของพันปักษาหรดีครับ

เนื้อหาของดนตรีนี้กล่าวถึงฤดูกาลที่ฝูงนกน้อยใหญ่มากมาย ต่างโบยบินลงไปยังทิศทางแห่งมรสุมเพื่อหาที่อยู่ใหม่ แม้ว่าจะเป็นที่ๆมีอุปสรรคขนาดที่อาจจะเอาชีวิตไม่รอดไปก็ตาม แต่ก็ยังต้องไปต่อดิ้นรนเพื่อวันข้างหน้า ตามวัฏจักรของธรรมชาติ พันปักษาหรดี เป็นหนึ่งในบทเพลงที่เกี่ยวกับ ทิศ ที่มีทำนองช้าๆออกเศร้าสร้อยในช่วงแรกและได้แทรกเสียงสูงแสดงถึงกำลังใจในช่วงหลัง เหมือนกับแสงสว่างจุดเล็กๆบนความมืดมิดอันกว้างใหญ่ เป็นเพลงที่วณิพกแห่งไพรพณาทุกคนเล่นเมื่อพานพบกับอุปสรรคหนักหนา และถือเป็นบทเพลงระดับสูงของไพรพณาที่น้อยคนจะบรรเลงได้ไพเราะและทรงอานุภาพ

หนูพิณหลับตาเคลิ้มฟังเสี้ยวทำนองพันปักษาหรดีจากเสียงใบหญ้าที่ข่าเป่า แต่รู้สึกว่าพิณแค่ฟังเอาเพราะๆไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเท่าไหร่ ดนตรีนี้สะกิดความหลังที่เริ่มเลือนลางของข่า ข่าจึงฉุกคิดถึงคำตอบในคำถามแรกของพิณและได้หยุดเป่าเพลงลง

ผมว่า นาฏสังหาร คือสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดครับ

ข่าตอบคำถามด้วยสีหน้ามั่นใจ

อะไรคือนาฏสังหาร ? ชื่อเพลงหรอ ? ฟังดูน่ากลัวจัง

หนูพิณดูงงๆกับคำตอบของข่า

ไม่ใช่นะครับพิณ นาฏสังหารหมายถึงตัวบุคคล เป็นสตรีที่สวยงามและแข็งแกร่งมากๆ

โป๊ก ! โป๊ก !

เสียงไม้เท้าหัวนาคของพ่อครูดนตรีมาเคาะกระบาลเด็กน้อยทั้งสอง

คุยเล่นกันเพลินเชียวนะ เจ้าเด็กจอมขี้เกียจทั้งสอง อย่านึกว่าพ่อไม่รู้นะว่าลูกพิณแอบโดดเรียน

อ๋าๆ ม่ายช่ายนาค้าาา

พิณหันไปมองข่าด้วยสายตาเคียดแค้น

อะ แฮ่มๆ ข่าเค้าไม่ได้เป็นคนมาฟ้องพ่อหรอกพิณ อย่าไปพาลกับคนบริสุทธิ์ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องบอกพ่อก็รู้นิสัยเจ้าดี

พูดเรื่องน่าอายต่อหน้าเพื่อนชายเช่นนี้ทำเอาหนูพิณเขินอายมาก เธอวิ่งไปหาพ่อ แล้วเสียงต่อสู้โครมครามกันน่าหวาดเสียวตามแบบฉบับของครอบครัวนี้ดังสนั่น สุดท้ายหนูพิณก็แพ้พ่อที่แข็งแรงกว่าตามระเบียบ

แหะๆ สงสัยครอบครัวนี้บ้าพลังกันทุกคน

ข่าแอบพึมพำเบาๆ

พ่อน่ะฟังเราทั้งสองคุยมาตั้งแต่ตะกี้แล้ว รู้สึกว่าพวกเจ้าจะยังเข้าใจอะไรไม่ครบถ้วนนะเกี่ยวกับนาฏสังหารนะ

จากนั้นพ่อครูก็เรียกเด็กๆคนอื่นๆมาล้อมวงกันเพื่ออธิบายถึงความหมายของนาฏสังหาร. .

ทว่าทันใดนั้นท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงฉาน เป็นอาเพศทางธรรมชาติที่ผิดปกติอย่างฉับพลัน สีหน้าของพ่อครูดนตรีเหมือนรู้ถึงบางอย่างกับเหตุการณ์นี้จึงสั่งให้เด็กๆนักเรียนที่รวมกลุ่มมาฟัง ให้รีบเข้าไปในเรือนไม้ทันที. .

 

============================================== 

 

ต้นฉบับ เปนไฟล์เวิด  เอามาใส่ยากมากเลยครับ  เลยขออณุญาตโพสแบบบไม่เรียบร้อย

 

edit @ 25 Dec 2007 01:08:14 by วัชชี่

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home