ใกล้จะได้จากลากับ " สุขภาพใจ " แล้วครับ
บริษัทแห่งนี้ให้อะไรผมมากมายจริงๆ ตั้งแต่ให้โอกาสกับคนที่ไมไ่ด้จบด้านกราฟฟิกมา
ได้ทำงาน และเรียนรู้สิ่งต่างๆในที่ทำงาน และให้ประสบการณ์กับความรู้ด้านสื่อสิ่งพิมพ์
รวมไปถึงพี่ๆที่น่ารัก และคอยช่วยเหลือส่งเสริมผมอยู่เสนอมา
ขอบคุณจริงๆครับ. .
แต่ได้เวลาที่ผม " ต้องก้าวต่อ " ไปอีกขั้นของความฝัน ผมคงต้องฝึกฝน
และศึกษาต่อในสิ่งที่่ผมยังขาด ความฝันของผมคือการสร้างเกม RPG ที่มีโลก
แห่งจินตนาการของผมอยู่ในนั้น
ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับการทำให้ความฝันของผมสำเร็จ
แต่มันก็ได้ให้พื้นฐานหลายๆอย่างกับผมมา จนรู้สึกมั่นใจกว่าเดิมมาก
เป็นเวลา 7 เดือนครับ ที่ผมได้ทำโปสเตอร์โฆษณา ทำ Shelf ของร้าน Booktime
ได้วาดรูปประกอบมากมาย ได้ภาพทำไอเท็มสนับสนุนการทำงานด้าน maketing
ได้ออกแบบปกหนังสือ ( ถึงจะไม่สำเร็จ ) ได้ช่วยพี่ๆออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเอกสาร
ที่ันักเขียนส่งมา และอีกๆหลายๆอย่างที่ตอนนี้ผมนึกไม่ออก
แน่นอนว่าตอนนี้ ถ้าผมต้องการเดินไปในสายเกม หรือสายนักเขียน
ผมจะไม่อดตาย เพราะผมมี Skill หาเลี้ยงชีพเหล่านี้สนับสนุนการคงอยู่ของผม
ต่อไปจากขั้นที่ผมขอเรียกมันว่า " งาน 2D " ที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหว
ผมจะขยับไปงานด้าน " 3D " สำหรับการทำเกม เป็นก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นมากจน
แทบอดใจไม่อยู่ทีเดียวครับ : D
ภาพประกอบส่งท้ายของบริษัทตถาตา ( สุขภาพใจ )
เป็นภาพเกี่ยวกับความรักครับ เป็นรูปแบบคำถามเกี่ยวกับความรักของเหล่าวัยรุ่น
โดย อ. ประมวล ( ผู้เขียนหนังสือ เดินสู่อิสรภาพ หนังสือรางวัลดีเด่นด้านสารคดี )
เป็นผู้ตอบคำถาม อ. ประมวลนี้ เึึึคยเป็นอดีตอาจารย์ธรรมศาสตร์ที่สอนด้ารปรัชญาครับ
วิธีการตอบของท่าน เลยมีลักษณะเป็นโครงสร้างทางสังคม ฟังแล้วเห็นถึงที่มาที่ไปของปัญหา
ในมุมมองที่งดงาม ปัญหาอาจจะอยู่ที่ผมแล้วครับที่ไม่อาจจะถ่ายทอดเนื้อหาด้วยภาพได้เท่าที่ควร
เพราะเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ เป็นนามธรรมเสียส่วนมาก
ดึงเอามาให้ดูบางส่วนครับ ( ยังทำไม่เสร็จนะครับ )
ภาพนี้พูดถึงความรักที่เป็นเครือข่ายครับ คนเราไม่ได้มีความรักแค่กับแฟน หรือกับพ่อแม่
แต่ความเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ืที่ดีต่อคนอื่นๆ ก็เป็นความรักด้วยเช่นกัน และมันก็ช่วยผลักดัน
หล่อเลี้ยงชีวิตให้เราอยู่ได้ครับ
ภาพนี้หมายถึงความรักที่ แท้จริงนั้น
จำเป็นต้องถูกทดสอบด้วยอุปสรรคไปด้วยกัน มีการช่วยเหลือกันและกันอยู่เสมอ
ขั้นบันไดนั้นก็คือตัวแทนของอุปสรรคครับ กว่าจะรักเต็มร้อย ก็ลำบากไม่ใช่เล่นน่อ
ในทุกๆภาพ ผมชอบความหมายของภาพนี้ ที่อาจารย์กล่าวไว้มากที่สุดเลยครับ
มันให้ความรู้สึกว่า อาจารย์นั้นเป็นคนที่ใจกว้างจริงๆ และมองสิ่งต่างอย่างเข้าใจกลไกของมัน
เพราะภาพนี้หมายถึง กิเลส ราคะ และสิ่งที่มองเป็นบาป สิ่งที่เราพยายามหนีมันตลอด
หากต้องการจะบรรลุถึงความดี แต่สุดท้ายเราก็หนีมันไม่ได้ แต่อาจารย์กลับมองว่า
ในตัวแทนเทพธิดาปีศาจ ( กิเลส ราคะ และอื่นๆ ) ถ้าเราสามารถเป็นมิตรกับเธอได้
เข้าใจเธอ เข้าใจตัวเอง เข้าใจมารในตัวเอง สิ่งเหล่านั้นนั่นล่ะ
ก็คือสิ่งที่สามารถผลักดันเราไปสู่แสงสว่างได้ มากกว่าที่เราจะพยายามหลบหนีมัน
หรือขับใสไล่ส่งมันให้ออกไปจากชีวิตเสียอีก นับว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจทีเดียวครับ
เหมือนกับไม่มีอะไรที่ไม่ดีเลย หากว่าเราเข้าใจและสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งนั้นอย่างเป็นมิตรได้
ภาพสุดท้ายนี้มีชื่อว่า " กิ๊ก " ครับ
เป็นคำถามเทรนนิยมของคนยุคนี้เลย ตอนแรกผมฟังดูว่ามันไร้สาระเหมือนกับว่า
ไม่รู้จะถามไปทำไม แต่อาจารย์ท่านกับตอบอย่างใช้ปัญญาอย่างเต็มที่ พยายามอธิิบาย
โครงสร้างทางสังคมที่เปลี่ยนไป ความสะดวกสบาย ค่านิยมที่ถูกแตกย่อยลงไปอีก
อธิบายที่มาที่ไปของกิ๊กในความหมายของท่านได้ ฟังแล้วน่าสนใจมากครับ
จริงๆมีงานที่ทำไว้อีกเยอะเลยครับ โดยเฉพาะ " สวยวิ้ง "
แต่ไว้รอเสร็จค่อยเอามาอัพทีเดียวเลยแล้วกัน
ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชมครับ