CA Fic:6 Lost_Melody

posted on 15 Oct 2011 12:20 by pattyna in Fiction
 
Crysty Auditio Fiction " Remove_Voice"
Program by
iPad Notes : Document
Sai : painting
Photoshop CS5 : Filter color
Time 3 Hr (CG)
------------------
ห่างหายกันไปนานนะครับ ขอโทษที่ให้รอ ^^" เพราะจบตอนของออดี้ไปแล้ว
เลยทำให้ มีการวางโครงเรื่องใหม่ และเสริมให้แน่นขึ้น โดยตอนนี้จัมีตัวละคร
ของ :icondachkone: จอยเข้ามา 1 ตัว โดยผมและเด ได้ช่วยกันคิดเนื้อหา
ของเรื่องกันใหม่ รวมถึงการเจอกับตัวละครของเพื่อนๆคนอื่นๆด้วย อาทิเช่น
การเจอกับดิจิตัน ของน้องปอ :iconporforever: และไซเรนน่าของน้องแทน
:iconthanatostan: รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ : D

สำหรับภาพ ตัวละคร "เนเน่" ดูเล็กจิ๋วมาก จนเจ้าเดเพื่อนผมถึงกับตกใจเลย
ทีเดียว ฮา แต่ตอนต่อไป น่าจะได้เห็นกันแบบเต็มๆตาครับ : P
 
---------------
ทำนองที่หายไป
 
พ่อคะ..  นั่นพ่อใช่ไหมคะ พ่อ..หนูเจ็บเหลือเกินซึกๆ พ่อมาช่วยหนูใช่ไหม
มือของพ่ออบอุ่นเหลือเกิน พ่อจ๋า.. หนูมองหน้าพ่อไม่ค่อยชัดเลย
พ่อคะ พ่อถือมีดมาทำไมเหรอคะ? พ่อ ไม่นะ พ่อ หนู "เนเน่" เองยังไงคะ
ม.. แม่คะ นั่นแม่ใช่ไหมที่อยู่ข้างหลังพ่อ ช่วยหนูด้ว..
ฉีก !
กรี๊ดดดดดด
 
ร่างเล็กๆของสาวน้อยสะดุ้งพรวดขึ้นมาจากความฝันอันเจ็บปวดพร้อมน้ำตา
แห่งความสับสนกังวลใจ เธอเอามือทั้งสองข้างปิดปากเพื่อกลั้เสียงสะอื้นของตนเอง
แม้ว่าสีหน้าจะดูเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัดในที่ๆ ไม่มีใครจะมาได้ยินราวกับถ้าเธอมี
เสียงเล็ดลอดออกมาแต่เพียงน้อยมันอาจจะมีปัญหาใหญ่ตามมาซึ่งความหมายนี้
ก็บอกออกมาทางสีหน้าของเธอด้วยเช่นกัน
 
แค่กๆ นี่เราอยู่ที่ไหน.. มีแต่ทรายเต็มไปหมดเลย (ค่อยๆลุกขึ้นมา) เอ๋ บาดแผล
เริ่มหายไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะที่่แขนก็ไม่ค่อยเจ็บแล้ว (ขยับแขนไปมา)
.. เพราะเธอสินะ อลิส
 
สาวน้อยใช้มือเล็กๆลูบที่ปอยผมของตัวเองเบาๆ ไปพร้อมๆใบหน้าที่เศร้าศร้อย
ว่ากันด้วยลักษณะทางกายภาพทั่วไปของเธอ เธอมีผมสีเขียวปลายผมมีสีเหลืองอ่อนๆ
ผูกเป็นแกละสองข้างประบ่ายาวพาดมาถึงอก ผิวสีขาวนวลร่างเล็กดูเป็นเด็กวัยรุ่นราว
คราวเดียวกับออดี้แต่เธอมีใบหูและประสาทรับรู้เสียงอยู่ที่ด้านข้างศรีษะอันเป็น
ลักษะเฉพาะของชาวจันทราสีน้ำเงิน ชื่อของเธอคือ "เนเน่"
 
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือปอยผมทั้งสองข้างที่พาดอกนั้น ไม่ได้ถูกมัดไว้้้ด้วยหนังยาง
สายรัดหรือโลหะวัตถุใดๆทั้งสิ้น และผมบริเวณที่เหมือนถูกบางอย่างมัดไว้นั้นกลับ
โปร่งใส หากมองเข้าไปยังจุดนั้นจะพบกับวัตถุทรงกลมสีดำมืดลอยอยู่ที่แกนกลาง
เจ้าสิ่งนี้สาวน้อยชาวจันทราสีน้ำเงินคนนี้เรียกว่า "อลิส" โดยวัตถุนี้จะมีอยู่ทั้งสิ้น
3 จุดนั่นคือระหว่างปอยผมทั้งสองข้าง และตรงผมหน้าที่ชี้ยาว
 
เนเน่พยายามเดินอย่่างทุลักทุเลไปที่ซากยาน ที่คาดว่าน่าจะเป็นภาหนะของเธอ
เพื่อหาอุปกรณ์ซ่อมแซม แต่ก่อนหน้านั้นเธอรีบควานหากระดานโลหะสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ขนาดประมาณ 10 นิ้ว นั่นคืออุปกรณ์สำคัญในการช่วยประมวลผลและยังเป็น
เครื่องแปลภาษาหรือเขียนภาพลงไปได้ด้วยปลายนิ้ว เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ชาว
จันทราสีน้ำเงินเรียกว่า "แทปเล็ท" ทว่าสภาพของมันดูทรุดโทรมอันเนื่องมาจากการ
ใช้งานที่หนักหน่วง เธอกดเปิดมันเพื่อเช็คสภาพการใช้งาน
 
หืม.. ทำไมเปิดไม่ติดล่ะ (ตบๆ) เฮ่อ..เสียแล้วแน่เลย เจ้านี่ซ่อมยากด้วยสิ
อุตสาห์ดัดแปลงให้มันทนทานกว่าเก่าแล้วนะ
 
เนเน่วุ่นกับการหากล่องเครื่องมือที่กระจัดกระจายต่อไป แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียง
เอะอะอยู่ด้านนอก จึงรีบเดินออกไปดู และได้พบกับชาวจันทราผู้พิทักษ์สองคน
กำลังสำรวจยานของเธออยู่ แต่พอเนเน่สบตากันพวกเขาถึงกับตกใจถอยไปตั้งหลัก
ผู้พิทักษ์คนหนึ่งหยิบปืนพกออกมาเป็นอาวุธแบบเดียวกับคริส ส่วนอีกคนทำท่า
จะดึงมีดด้ามยาวออกมาจากฝัก
 
"นั่นมัน.. ลักษณะหูแบบนั้น ชาวจันทร์น้ำเงินนี่"
"นั่นสิ ถ้าไม่นับหู ก็ดูแล้วคล้ายๆกับท่านออดิติโอ้เลยแฮะ"
 
เนเน่เห็นเหล่าผู้พิทักษ์หันอาวุธใส่ ถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เอามือทั้ง
สองข้างปิดปากของตนเองไว้
 
ก..กระต่าย! มีกระต่ายอยู่บนดวงจันทร์ดวงนี้ด้วย หยั่งกะนิยายเลย แต่พวกเค้า
ดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่เลย (ทำหน้าผิดหวัง) ตัวขนน้ำตาลอมแดงดูตาขวางขี้โมโห
ส่วนตัวขนสีขาวที่ถือปืนเรียบดูสุภาพกว่าแต่ทั้งคู่ก็ดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่อืมๆ (ส่ายหัวไปมา)
ไม่สิที่น่าแปลกคือทำไมพวกเค้าถึงได้พูดด้วยภาษาของโลกใหม่ได้ล่ะ? แบบนี้คง
ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยแปลภาษาก็ได้
 
"เฮ่ พูดอะไรซักอย่างเซ่! ยัยหัวเขียว"
"สงสัยเธอคงจะพูดภาษาของดาวเราไม่ได้ล่ะมั้ง"
 
ฮื่มม (ทำหน้ามุ่ย) ว่าใครเป็นยัยหัวเขียวยะ อ๊ะ ถึงจะฟังรู้เรื่องแต่เราก็สื่อสารกับ
พวกเขาไม่ได้อยู่ดีถ้าไม่ใช้แทปเล็ท (เหงื่อตก) ไปหยิบออกมาดีกว่า
 
"เฮ้ย! ยัยนั่นหนีเข้าไปในยานแล้ว"
"สงสัยไปเอาอาวุธแน่ๆเลย รีบตามไปเร็ว!"
 
หา เปล่านะฉันไม่ได้ไปเอาอาวุธ อ๊ะนั่นไงเจอแล้วแทปเล็ทฉัน เอ่อ..มันเจ๊งอยู่นี่หน่า
 
ทันใดนั้นเองผู้พิทักษ์ขนน้ำตาลแดงได้รวบตัวเธอเอาไว้จากด้านหลัง ด้วยร่างกายที่
แข็งแรงบึกบึนนั้นทำให้ร่างน้อยๆของเนเน่ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้เลลยแม้
จะพยายามขัดขืนเต็มกำลัง
 
"ชิ ยัยนี่มันดิ้นจริงๆ แถมดูจะไม่กลัวปืนซะด้วย นายจัดการหน่อยซิ"
"ได้ เดี๋ยวข้าขู่นางให้เงียบเอง จับไว้ดีๆล่ะ"
 
อ๋า เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรซักคำเลยนะ
 
ผู้พิทักษ์ขนสีขาว ดึงมีดด้ามยาวออกมาจากฝัก ซึ่งใบมีดนั้นทำจากโลหะมันวาว
ไม่ใช่คริสตัลแบบที่คริสใช้ มันเป็นอาวุธที่ได้มาจากชาวจันทราสีน้ำเงินที่เคย ถูก
จับกุมในข้อหาลักลอบนำแร่หลากสีออกไปจากดาว เมื่อไม่นานมานี้
และดูเหมือนจะได้ผล ร่างของสาวน้อยไร้การขัดขืนทันทีที่เห็นประกายของใบมีด
ทว่าร่างกายของเธอกลับสั่นเทาด้วยความรู้สึกกลัวมากกว่าที่ควรจะเป็น
และหน้าซีดเซียวอย่างชัดเจน
 
ไม่นะ อย่าเอาไอ้นั่นชี้มาที่ฉัน น. น่ากลัว
 
ผู้พิทักษ์ขนสีขาวค่อยๆยื่นใบมีดเข้ามาใกล้ๆระดับสายตาของเนเน่ขึ้นเรื่อยๆ
 
คุณพ่อค่ะ.. หนูกลัว ซึกๆ. อย่าเอามันมาใกล้หนูนะคะ อย่านะ ไม่!!
 
เพียงเท่านั้นสติของเธอขาดสะบั้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนเผลอกรีดร้อง
ออกมาดังลั่น ทันทีที่เสียงของเธอเปล่งออกมา เสียงของลม เสียงของทราย
เสียงของวัตถุชำรุดในยานที่แกว่งกระทบกัน เสียงในบรรยากาศทั้งหลาย
ได้เงียบกริบ ไม่พ้นแม้แต่ผู้พิทักษ์ทั้งสองแม้จะอุทานด้วยความตื่นตนกตกใจ
ก็ยังทำไม่ได้ เสียงเดียวที่สามารถได้ยินนั่นคือเสียงร้องของเนเน่เท่านั้น
เหล่าผู้พิทักษ์ทั้งคู่ต่างมองหากันด้วยความมึนงง และพยายามส่งเสียงแหกปาก
เพื่อคุยกัน แต่ยิ่งเปร่งเสียงมากเท่าไหร่ แรงกายและสติก็ยิ่งหมดลงไปเท่านั้น
 
"อึก.. ยัยบ้านี่!"
 
ผู้พิทักษ์ขนสีขาวสติขาดสะบั้นเพราะความกลัวจึงเผลอหันคมมีดแทงเข้าร่างของเนเน่
ฉึบ!!
เสียบทะลุที่กลางอกอย่างจัง! สาวน้อยกระอักเลือดออกมาจากแรงกดที่เข้าไปถึงหัวใจ
และร่างของเธอถึงกับแน่นิ่งไปทันที.. เมื่อเสียงของเธอเงียบลง เสียงของบรรยากาศ
ก็เริ่มดังขึ้น ทั้งเสียงลม เสียงทราย เสียงโลหะภายในยานกระทบกัน จนไปถึงเสียง
ลมหายใจของผู้พิทักษ์ทั้งสอง
 
"เฮ่ย.. น.. แกทำอะไรลงไป !(ปล่อยร่างของเนเน่ลง)"
"ก..ก็ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ยัยนี่เงียบนี่หน่า"
"โธ่ แล้วจะเอายังไงกับชาวจันทร์น้ำเงินคนนี้เนี่ย"
"นายดูซิว่ายัยนี่ยังหายใจอยู่รึเปล่า..(หน้าซีด)"
"บ้าเอ้ย ปักกลางอกอย่างนี้ใครมันจะไปร.."
 
ผู้พิทักษ์ขนสีน้ำตาลแดงพูดไม่ทันขาดคำ ร่างของเนเน่ที่ล้มอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆ
ลุกขึ้นมาพร้อมกับเสียงเลือดจากกลางอกที่ไหลรินเหมือนเทน้ำจากแก้วลงบนพื้น
ร่างของเธอมีแสงออร่าสีดำเรืองๆ มันยิ่งเด่นชัดตรงบริเวณจุดมัดปอยผมทั้งสอง
และที่ผมหน้า เปลือกตาที่เปิดขึ้นดวงตาที่เคยเป็นสีเขียวตอนนี้เป็นสีดำสนิท
ไร้แววไร้ชีวิตจ้องมองไปยังผู้พิทักษ์ทั้งสอง ใบหน้าของพวกเขาดูหวาดกลัว
ในตานั้นเหมือนจะดูดกลืนทุกอย่างเข้าไปได้แม้กระทั่งความมืด
 
เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้พิทักษ์ดังลั่นยาน และหายวับไปในเวลาชั่วอึดใจ..
..
.
 
 
"เป็นอะไรรึเปล่าครับ ท่านออดิติโอ้?"
"อะ.. เอ๋? ไม่เป็นอะไรค่าคุณการ์ด แค่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบางอย่าง
แต่ อยู่ๆก็ไม่ได้ยิน เอ.. งงไหมคะ?"
 
ออดี้และชายชุดดำการ์ดประจำตัว นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารหรูกลางแจ้ง
ในที่ๆไกลออกไป ณ ตัวเมือง
 
"แต่กระผมไม่เห็นจะได้ยินอะไรเลยนะครับ"
"แหะๆ หนูคงหูฝาดไปเองล่ะค่ะ"
"ฮุๆ เค้าว่ากันว่าเสียงที่ดังที่สุด คือเสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิต ตอนที่มันรู้ว่ามันกำลัง
จะตาย บางทีเธออาจจะได้ยินมันก็ได้นะหนูออดิติโอ้"
 
ผู้จัดการส่วนตัวของออดี้เดินออกมาจากประตูร้านหลังสั่งอาหาร
 
"เสียงแห่งชีวิตเหรอคะ? อืม.. ก็อาจจะเป็นไปได้เนอะ.. คริสตี้"
 
บนตักของออดี้นั้นมีกระเป๋าหนังทรงตรงยาว และด้านบนมียอดของคริสตัลแท่งโต
โผล่ออกมาเล็กน้อย เจ้านี่เองคือผลึกเจ็ดดารา,ดราก้อนคริสตัล,คริสตัลเจ็ดสี
หรือในชื่อสุดท้ายที่ออดี้ตั้งให้จากการหลอมรวมจิตวิญญาณระหว่าง ผู้พิทักษ์หนุ่ม
"คริส" และ ไอดอลสาวผู้ครอบครองคีย์โน๊ตตัวที่ 9 "ออดิติโอ้"
 
ชื่อนั้นคือ "คริสตี้"
 
"ท.ท่านออดิติโอ้ครับ (หันไปมา) อย่าเปิดผลึกเจ็ดดาราออกมาสิครับ(กระซิบเบาๆ)"
"อ๊ะ ขอโทษจ้าคุณการ์ด(รูดซิบเก็บ)"
"ไม่ต้องห่วงหรอก ดิฉันจัดการให้สถานที่นี้เป็นที่ส่วนตัวสำหรับพวกเราแล้ว ถ้า
ไม่ได้รับอณุญาต ใครก็เข้ามาไม่ได้ และถึงแม้จะกลางแจ้ง แต่ก็มีกำแพงสูงล้อมรอบ
สบายใจได้ ปล่อยหนูคริสตี้ออกมาเดินเล่นได้เลย"
"โอ้ สมเป็นท่านผู้จัดการจริงๆครับ รอบคอบจริงๆ"
"ว้าวๆ งั้นหนูขอปล่อยคริสตี้ออกมาเลยนะคะ"
 
ออดี้เปิดซิปกระเป๋าออกกว้างจนสุด ผลึกเจ็ดดาราขนาดพอดีศอกลอยขึ้นมา
พร้อมเปร่งแสงสีเขียวอ่อนๆ และบินว่อนไปทั่วสนาม
 
"หืม.. สีของหนูคริสตี้นั่น มีความหมายอะไรรึเปล่า?"
"อ๋อ ถ้าเธอเปร่งแสงสีเขียว แสดงว่ากำลังดีใจอยู่คะคุณผู้จัดการ แล้วๆถ้าเป็น
สีฟ้าคือกำลังคิด สีแดงคือไม่พอใจ สีน้ำเงินประหลาดใจ แล้วเอ่อๆ(นับนิ้ว) สีส้ม
ก็ประมานว่าไม่เห็นด้วย แหะๆนอกนั้นหนูจำไม่ได้แล้ว"
"ฮุๆ ผ่านไปสามวัน เรียนรู้กันได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฟังดูน่าสนใจดีนะ"
"ค่า (ยิ้มปากกว้าง) ที่สำคัญพอคริสตี้อยู่ใกล้ๆ มันทำให้หูของหนูฟังอะไรๆ
ชัดขึ้นด้วยล่ะ !"
"โห เหรอ แล้วจะไม่ทำอะไรกับเสียงเพี้ยนๆนั่นหน่อยเหรอออดิติโอ้"
"ใช่ครับ ไม่ใช่ว่าท่านออดิติโอ้หูฟังไม่ชัด แล้วทำให้เสียงเพี้ยนไปหรอกเหรอ?"
"แฮ่ๆ ไม่หรอกค่ะ นี่คือเสียงจริงๆของหนู หนูที่เป็นคนใหม่"
 
สาวน้อยผู้มีหูยาวไม่เท่ากันลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือของเธอประกบไว้ที่กลางอก
 
"ต่อไปนี้ให้เรียกหนูว่า ออดี้ นะคะ หนูไม่ใช่ออดิติโอ้อีกต่อไปแล้ว หนูจะอยู่
ในฐานะของคนใหม่ นั่นคือสิ่งที่ออดิติโอ้บอกไว้ก่อนจะจากไปในจิตใจของหนู"
 
ผู้ดูแลทั้งสองตกใจกับการประกาศตัวตนอย่างเป็นทางการของออดี้นิดหน่อย
แต่ก็ได้ยิ้มตอบรับอย่างเข้าใจ ทำให้ออดี้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
 
"เด็กบ้า จะร้องไห้ทำไม ดิฉันแค่เข้าใจถึงสถานการณ์ ถึงยอมรับได้หรอกนะ"
"ใช่ครับท่านออดิติ. เอ้ย! ท่านออดี้ ผมก็เห็นด้วยกับผู้จัดการ"
"ฮือๆ..  ก.ก็ หนูรู้สึก ซึกๆ ว่าหนํมีตัวตนอยู่จริงๆก็คราวนี้แหละคะ.."
"ฮุๆ เธอคงกลัวมาตลอดสินะ เพราะตลอดมาเธอถูกมองว่าเป็นไอดอลสาว
ออดิติโอ้ และถูกคาดหวังพร้อมกับผิดหวัง มาตลอดตั้งแต่ตื่นมา มามะ โอ๋ๆ
ดิฉันเข้าใจๆ ดิฉันคงมองอะไรตื้นเขินไปกับความรู้สึกของเธอ"
 
ออดี้กอดผู้จัดการส่วนตัวพร้อมร้องไห้ฟูมฟายไป
 
"ฮึ ดีใจกันเหลือเกินนะยัยขี้เรื้อน"
 
เสียงและประโยคอันคุ้นเคยนี้ออกมาจากที่ไหนซักแห่ง ทำเอาทุกคนตกใจ
และแล้ว ไอดอลอันดับสองผู้มีร่างกายเย้ายวนปราดเปรียว ได้ปรากฏตัวมา
จากบนฟ้า
 
"แคร์~ นั่นแคร์นี่"
 
ออดี้วิ่งโผเข้าไปจะกอดแคร์ แต่ถูกเท้าของแคร์ยันหน้าไว้
 
"หืม สูงขนาดนั้น ยังกระโดข้ามมาได้อีกนะ ดิฉันนึกไม่ออกเลยว่าใคร
จะทำได้แบบเธอ"
"โอ้ว ได้เจอท่านแคร์อีกแล้ว ถือว่าเป็นเกียรติจริงๆครับ (ลากเก้าอี้ออกมาให้)"
"เฮอะ ชั้นก็ไม่ได้มาอยากเจอพวกเธอหรอก แต่ขอบใจสำหรับคำชมนะ
(นั่งบนเก้าอี้) จริงๆมีข่าวน่าสนใจมาบอก"
"ฮุๆ ถึงกับมีข่าวมาบอกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือพิมพ์ในวงการ อย่างดิฉัน
เชียวเหรอคะ ไหนลองว่ามาซิว่าจะอัปเดทขนาดไหน"
"ฮึๆ ข่าวนี้เพิ่งเกิดขึ้นตะกี้เอง รู้สึกจะมีเหตุการณ์ประหลาดในเขตต้องห้าม
ที่พวกเราเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเมื่อสามวันก่อนยังไงล่ะ"
"เอ๋ๆๆ!  แต่ผู้พิทักษ์ในสังกัดของดิฉันที่ไปสำรวจ ไม่เห็นจะติดต่ออะไรมา..  "
 
ผู้จัดการได้นึกอะไรบางอย่างที่ผิดสังเกตขึ้น เธอรีบหยิบคริสตัลสื่อสารออกมา
และพยายามติดต่อไปหาผู้พิทักษ์ของเธอทันที ปรากฏว่าไม่ได้รับการตอบกลับ
 
"ชิ! ว่าแล้วเชียว ก็ว่าทำไมไม่ติดต่อกลับมาเลย"
"อ๋า มีอะไรกันเหรอคะ?? (ออดี้ทำหน้างงๆ)"
"กระผมก็ติดต่อไปหาเหล่าผู้พิทักษ์คนอื่นๆ ที่สังกัดในเขตทะเลทรายนั้นแล้ว
ไม่มีใครติดต่อได้เลยครับท่าน"
 
เหตุการณ์ชักจะไม่ดี ทุกคนรีบเก็บของแล้วออกไปจากร้าน
 
"เดี๋ยวสิๆ หนูยังไม่ได้กินอะไรเลยน๊า"
"ฮึ! เรื่องมากจริง นี่ชั้นหยิบมาจากในครัว เอาไปกินรองท้องก่อนแล้วกัน"
 
แคร์ยื่นแท่งคริสตัลสามสีแท่งใหญ่ให้ออดี้
 
"ขอบคุณจ้าแคร์ รักเธอจริงๆเลย งั่มๆ"
"บ.. บ้าเหรอ ใครบอกรักกันพล่อยๆแบบนี้ ชิ รีบๆยัดเข้าไป (หน้าแดง)"
 
คริสตี้พุ่งเข้าถุงหนังอย่างเร็ว และบินเข้ามาคล้องที่แขนออดี้ พร้อมกับ
เปร่งแสงสีแดงจ้าทะลุออกมาจากผิวที่หนาทึบของตัวถุง
 
"อ๋า ขอโทษๆๆ ลืมเธอไปเลย แฮ่ๆ (แลบลิ้น)"
"นี่ ยัยขี้เรื้อน ขอถามอะไรหน่อยสิ"
"จ๋า ว่ามาเลยแคร์"
"โน๊ตตัวที่ 9 น่ะ หลังจากนั้น ยังขับขานได้อีกไหม"
"เอ่อ..  คือ แบบว่า ฉันลองพยายามหลายทีแล้ว แบบว่า แหะๆ"
"เฮ่อ.. ช่างมันเถ๊อะ"
 
ทั้งสี่คนต่างรีบวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุที่อยู่ห่างไกล อย่างเต็มฝีเท้า โดยหารู้ไม่ว่า
อาจจะได้พบกับเรื่องที่ไม่คาดฝันอยู่ข้างหน้า..

 ----------------------
ตอนก่อน http://pattyna.exteen.com/20111015/ca-fic-5-ctysty-auditio
ตอนต่อ http://pattyna.exteen.com/20111216/ca-fic-6-lost-melody2
--------------------

edit @ 16 Dec 2011 21:47:12 by วัชชี่

Comment

Comment:

Tweet

All people deserve very good life time and <a href="http://goodfinance-blog.com">loans</a> or financial loan will make it better. Because people's freedom bases on money state.

#3 By Harding22Felecia (94.242.214.7) on 2011-12-05 08:30

โว้ววว เกิดอะไรขึ้นกับผู้พิืทักษ์2ตัวนั้นกันแน่นะ

ต้องติดตามแล้วๆๆๆwink

#2 By Unknown Artists :: on 2011-10-15 17:17

ตัวละครใหม่ยังไม่ทันได้ออกโรงเต็มที่เลยโดนฆ่าซะแล้ว

ชื่อเรื่อง Remove Voice มันน่าจะแปลว่า เสียงที่ถูกเอาออกมากกว่านะคะ sad smile
Lost Melody หรือ Lost Rhapsody น่าจะเหมาะกว่านะคะ big smile

#1 By Maew : แหมว on 2011-10-15 12:42